วาเลนไทน์: จากพยานแห่งความรัก สู่การดำเนินชีวิตด้วยความรักของพระเจ้า

วาเลนไทน์: จากพยานแห่งความรัก สู่การดำเนินชีวิตด้วยความรักของพระเจ้า
ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ผู้คนทั่วโลกต่างรู้จักวันวาเลนไทน์ในฐานะวันแห่งความรัก มีการมอบดอกไม้ การ์ด และถ้อยคำแห่งความห่วงใยแก่กัน อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ วันวาเลนไทน์มิได้เริ่มต้นจากการเฉลิมฉลองเชิงวัฒนธรรม หากมีรากฐานมาจากความเชื่อและความเสียสละ
นักบุญวาเลนไทน์ในคริสต์ศตวรรษที่ 3 ถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้ยืนหยัดในความเชื่อและทำพิธีสมรสให้แก่คู่รักท่ามกลางข้อห้ามของจักรวรรดิโรมัน เขาเลือกที่จะกระทำตามความรักและความเชื่อ มากกว่าความหวาดกลัวต่ออำนาจ และท้ายที่สุดต้องสละชีวิตเพื่อความเชื่อนั้น เรื่องราวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความรักที่แท้จริงมิใช่เพียงความรู้สึกอ่อนหวาน หากเป็นความรักที่กล้าหาญ เสียสละ และตั้งมั่นในความถูกต้อง
เมื่อพิจารณาในมุมมองของพระคัมภีร์ ความรักมิได้มีจุดเริ่มต้นที่มนุษย์ แต่เริ่มต้นที่พระเจ้า “พระเจ้าทรงเป็นความรัก” (1 ยอห์น 4:8) และพระองค์ทรงสำแดงความรักนั้นอย่างชัดเจน “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์” (ยอห์น 3:16) ความรักของพระเจ้าจึงเป็นความรักที่ให้ก่อน เป็นความรักที่เสียสละ และเป็นความรักที่มุ่งไถ่กู้และฟื้นฟูมนุษย์ เมื่อเราเป็นผู้รับความรักเช่นนี้ ชีวิตของเราย่อมถูกเรียกให้สะท้อนความรักนั้นออกไป พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “จงรักซึ่งกันและกัน เรารักท่านทั้งหลายมาแล้วอย่างไร ท่านจงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น” (ยอห์น 13:34) นี่คือมาตรฐานแห่งความรักที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ในที่ทำงาน ความรักปรากฏผ่านการให้เกียรติซึ่งกันและกัน การยอมรับในศักดิ์ศรีของทุกบทบาท การร่วมมืออย่างจริงใจ และการให้อภัยเมื่อเกิดความผิดพลาด พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงคุณลักษณะของความรักไว้อย่างชัดเจนว่า “ความรักนั้นก็อดทนนาน และกระทำคุณให้… ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด” (1 โครินธ์ 13:4–5) หากหลักการเช่นนี้ได้รับการนำมาปฏิบัติในองค์กร ย่อมก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ ความสามัคคี และพลังในการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ในครอบครัว ความรักเป็นรากฐานของความมั่นคง เป็นพื้นที่แห่งการให้อภัย การสนับสนุน และการเติบโตไปด้วยกัน ความรักที่ตั้งอยู่บนความเสียสละและความเข้าใจ จะช่วยหล่อหลอมสมาชิกในครอบครัวให้มีคุณธรรมและความเข้มแข็งภายใน และ ในสังคม ความรักเป็นพลังที่ลดความแตกแยก สร้างสะพานเชื่อมความเข้าใจ และเปิดโอกาสให้เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อัครทูตเปาโลได้ให้คำเตือนใจไว้ว่า “จงกระทำทุกสิ่งด้วยความรัก” (1 โครินธ์ 16:14) ข้อความสั้น ๆ นี้มีความหมายลึกซึ้ง เพราะหากทุกการตัดสินใจ ทุกคำพูด และทุกการกระทำตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรัก สังคมย่อมเคลื่อนไปในทิศทางที่งดงามและยั่งยืน
ในโอกาสเทศกาลวาเลนไทน์ปีนี้ ขอให้เราไม่เพียงระลึกถึงความรักในเชิงสัญลักษณ์ แต่ขอให้ย้อนกลับไปยังรากฐานของความรักที่แท้จริง คือความรักของพระเจ้า ซึ่งเป็นความรักที่เสียสละ มั่นคง และไม่มีเงื่อนไข และขอให้ความรักนั้นแผ่ขยายผ่านชีวิตของเรา ไปสู่ที่ทำงาน ครอบครัว และสังคมรอบข้างขอให้เทศกาลแห่งความรักในปีนี้ เป็นโอกาสที่เราจะเริ่มต้นใหม่ในการดำเนินชีวิตด้วยหัวใจแห่งความเมตตา ความรับผิดชอบ และการรับใช้ เพื่อให้ทุกพื้นที่ที่เราอยู่ กลายเป็นพื้นที่ที่สะท้อนพระคุณและความรักของพระเจ้าอย่างแท้จริง ขอพระเจ้าทรงอวยพรทุกท่านอย่างบริบูรณ์ในเทศกาลแห่งความรักนี้
โดย คศ.นรินทร์ ดีคำ อนุศาสกโรงพยาบาลแพร่คริสเตียน