ผู้ที่เสี่ยงต่อโรคงูสวัด
- ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีภาวะที่ภูมิคุ้มกันเสื่อมถอยลง และมากกว่า 90% ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี เคยติดเชื้อโรคอีสุกอีใสมาแล้ว ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคงูสวัด
- ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคปอด โรคไต รวมถึงผู้ที่เคยติดเชื้อ Covid-19
- กลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น กลุ่มที่ปลูกถ่ายไขกระดูกหรือปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองอย่างโรคเอสแอลอี ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
โรคงูสวัด สามารถป้องกันได้โดย
- จัดการความเครียด รักษาสุขอนามัย การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีอาการ
- วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด ถือเป็นวิธีการป้องกันโรคงูสวัดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
วัคซีนป้องกันงูสวัด ชนิดใหม่ ซับยูนิตวัคซีน (ไม่ใช่เชื้อเป็น) - Recombinant subunit zoster vaccine (RZV) มีประสิทธิภาพในการป้องกันดังนี้
- ประสิทธิภาพในการป้องกันงูสวัด 97%
- ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคปวดประสาทตา (PHN) 91.2%
- ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคงูสวัดเมื่อติดตามดูผลยาวนาน 10 ปี